.

* กรุฟิคแตก xD

posted on 06 May 2008 23:32 by braille  in Fiction

Title: We Still to Love … or not?
Pairing: Choi x Kwon x Lee
Author: Braille
Genre: AU, Drama
Rating: G
Theme Song: Tol AF4 – เรายังรักกัน...ไม่ใช่เหรอ
Summary: Big Bang Yaoi Short Fiction, Triple Sad Love Story

 

 

 

 

 

ยิ่งใกล้กันมากเท่าไหร่ ยิ่งเข้าใจว่ารักเรา……
.
.
.


ไม่เหมือนเดิม……

 

“นี่……เราก็คบกันมานานแล้วเหมือนกันเนอะ……พี่จำวันแรกที่เราเจอกันได้มั้ย?....” หลังจากที่ทั้งคู่นั่งดูพระอาทิตย์เจิดจ้าค่อยๆเคลื่อนตัวหายไปสู่ท้องทะเลเบื้องหน้าด้วยกันสักพัก จียงพยายามทำเสียงให้ร่าเริงมากที่สุดเอ่ยถามคนที่นั่งข้างๆขึ้น พลางเอนศีรษะเล็กของตนไปซบไหล่กว้างของอีกฝ่าย

“อืม…..จำได้” ซึงฮยอนตอบออกมาแค่นั้น โดยที่ไม่ได้หันไปมองคนข้างๆที่ทำให้เขาหลุดเข้าไปอยู่ในห้วงความคิด…...

 


ยิ่งเนิ่นนานยิ่งรู้สึก……
.
.
.


ยิ่งลึกยิ่งปวดใจ……

 

วันนั้น……ช่วงพลบค่ำเช่นเดียวกับวันนี้ ต่างกันตรงที่ฝนตกหนัก ซึงฮยอนยืนรอรถประจำทางเพื่อจะกลับบ้านตามปกติ แต่แล้วสายตาคมก็หันไปเห็นคนสองคนกำลังวิ่งฝ่าสายฝนมุ่งหน้ามาทางเขา หวังพึ่งชายคาที่รอรถประจำทางแห่งนี้หลบฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสายตอนนี้ก่อนชั่วคราว……

 

“เหรอ………..…” ร่างบางเอ่ยออกมาเบาๆ……มันเบามากจนคนข้างๆคงไม่ได้ยิน พลางยิ้มเศร้ากับตัวเอง

 


เราคือคนที่รักกันไม่ใช่เหรอ……
.
.
.


แต่วันนี้ใยเธอเฉยชา……


ร่างสูงเห็นแล้วว่าทั้งสองคนนั้นใส่เครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเขา ดูท่าจะเป็นรุ่นน้องปีสองเพราะสังเกตเอาจากสีของเนคไทค์……..ระหว่างที่เขานึกคิดกับตัวเองไปเรื่อยเปื่อย ก็มีเสียงเล็กเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้เขาหลุดจากภวังค์…..

“เอ่อ……รุ่นพี่…..พอจะมียาแก้ไข้ติดตัวบ้างรึเปล่า……คือเพื่อนผมแพ้อากาศ พอโดนฝนต้องกินยาดักไว้ทันทีเลยน่ะ” ร่างบางเอ่ยถามซึงฮยอน พลางเอามือวางไว้บนหน้าผากของเพื่อนอีกคนที่วิ่งฝ่าสายฝนมาด้วยกัน

“อ่อ…….พอมีติดกระเป๋าอยู่น่ะ….รอแป๊บนะ…..” ร่างสูงควานหาสิ่งที่ต้องการอยู่สักพัก แล้วส่งให้อีกฝ่าย

 


ปากบอกว่ารัก……แล้วดูเธอทำ……


ไม่เคยสบสายตา……ไม่มองหน้ากัน……
.
.
.


อย่างกับคนไม่คุ้นเคย……

 

“รีบเข้ามาข้างในเถอะ จะมืดแล้ว….เดี๋ยวจะไม่สบายเอา….” ร่างบางตะโกนบอกคนที่ขออยู่สูบบุหรี่ต่อด้วยความเป็นห่วง ซึงฮยอนปล่อยควันสีหม่นออกมาจากริมฝีปากเรียวพลางเหม่อมองทะเลเบื้องหน้า……


“ขอบคุณมากครับ…..เอ่อ…ผม ควอน จียง ส่วนนี่….อี ซึงรี….” อีกฝ่ายกล่าวแล้วแนะนำตัวทั้งตัวเองและเพื่อนที่อยู่ข้างๆที่ตอนนี้ดูอาการไม่ค่อยดี

“ฉัน ชเว ซึงฮยอน…..ว่าแต่ รีบพาเพื่อนไปหาหมอก่อนดีกว่านะ ดูท่าจะไม่ไหวแล้ว…….” ร่างสูงพูดไม่ทันจบประโยค ซึงรีก็ล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา…..


ร่างสูงไม่เอ่ยอะไร เพียงแต่พยักหน้าตอบไปเล็กน้อยเท่านั้น จียงที่ยืนมองอยู่หน้าบ้านทำได้แค่หันหลังแล้วเดินเข้าบ้านไปเงียบๆ

ทั้งๆที่คนที่เขาหันหลังให้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ตัวเองก็น่าจะชินได้แล้ว……..แต่ทำไม……..…

ร่างบางหลับตาลง…..หยดน้ำใสกลั่นตัวไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยช้าๆ…..

 


ปากบอกว่ารัก……แล้วดูเธอทำ……

พูดกันวันละคำสองคำ……บอกตรงๆว่าคนรักกัน
เค้าไม่ทำ ไม่ทำ ไม่ทำ งั้นหรอก


จำไว้เลย……
.
.
.

 


ยิ่งใกล้เธอมากเท่าไหร่……ยิ่งเข้าใจยิ่งชัดเจน……
.
.
.


ซะเหลือเกิน……

 


แสงแดดอ่อนๆยามเช้าของวันนี้ช่างสดใส นกน้อยพากันร้องเสียงเล็กต้อนรับวันใหม่ จียงตื่นขึ้นมาภายใต้อ้อมแขนของคนตัวสูง เขาหันไปมองหน้าอีกฝ่ายที่ยังหลับอยู่ช้าๆ ภาวนาให้ตัวเองได้อยู่ภายใต้อ้อมกอดอบอุ่นนี้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้…..


“หา….ซึงรี เป็นอะไรไป ซึงรี ตื่นสิ!....” จียงที่มีสีหน้าตื่นตระหนกร้องเรียกชื่อเพื่อนสนิทพลางเขย่าตัวไปด้วย

“ทำอย่างนี้ไม่ช่วยอะไรหรอก ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลแล้ว” ร่างสูงที่ตอนนี้ก็ตกใจไม่แพ้กันกล่าว

“แต่ฝนยังตกหนักอยู่เลยนะ แท็กซี่ก็ไม่มีผ่านมาเลย วิ่งไปโรงพยาบาลไม่ไหวหรอก”

“ต้องไหวสิ….ถ้าแท็กซี่มาแล้วรีบตามมานะ” ทันทีที่ซึงฮยอนพูดจบ เขาก็ถอดเสื้อนอกของตนออกคลุมให้คนที่สลบอยู่ จัดการให้ซึงรีขี่คอเขาไว้แล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างหนักออกไปทันที

 


ยิ่งเนิ่นนานยิ่งรู้สึก……ยิ่งนึกยิ่งหวั่นไหว……
.
.
.


เราคือคนที่รักกันไม่ใช่เหรอ……

แต่วันนี้ใยเธอเฉยชา……

 

ซึงฮยอนตื่นก่อนร่างบางตรงหน้านานมากแล้ว อันที่จริงเขาแทบไม่ได้หลับเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องแกล้งทำเป็นหลับด้วย……

ถ้าจะถามแบบต้องการคำตอบจริงๆละก็ ส่วนหนึ่งที่อยู่ลึกในใจเขาอาจตอบให้ก็ได้ว่า กลัวที่จะต้องตื่นมาแล้วเห็นน้ำตาของอีกฝ่ายก็เป็นได้…….

 

ปากบอกว่ารัก……แล้วดูเธอทำ……

ไม่เคยสบสายตาไม่มองหน้ากัน……อย่างกับคนไม่คุ้นเคย……


ปากบอกว่ารัก…….แล้วดูเธอทำ……

พูดกันวันละคำสองคำ……บอกตรงๆว่าคนรักกัน
เค้าไม่ทำ ไม่ทำ ไม่ทำ งั้นหรอก จำไว้เลย……
.
.
.


หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านพ้นไป ทำให้พวกเขาทั้งสามคนสนิทสนมกันมากขึ้น พวกเขาชอบไปไหนมาไหนกันสามคนเสมอ เมื่อมารู้ตัวอีกทีวันเวลาก็ผ่านพ้นไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี…….

แล้ววันนี้ก็มาถึง…..วันที่เปลี่ยนชีวิตของคนทั้งสามคนไปอย่างสิ้นเชิง……

 


ยิ่งใกล้กันมากเท่าไหร่……

ยิ่งเข้าใจว่ารักเรา……
.
.
.


ไม่เหมือนเดิม……

 


“นี่……วันนี้มีบะหมี่ห่อไข่ด้วย ฉันทำเองเลยน้า~ ลองชิมดูสิพี่ซึงฮยอน…..” ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย พลางยื่นจานสีขาวสะอาดที่มีอาหารฝีมือตนอยู่ไว้เบื้องหน้าคนตัวสูง


“ซึงรี…….ฉันชอบนาย……คบกับฉันได้มั้ย?.....” ร่างสูงเอ่ยตรงๆตามสไตล์ขึ้นทันทีหลังจากพยายามหาทางให้อีกฝ่ายอยู่คนเดียวมานาน….

“เอ๋?…..เอ่อ…..จริงเหรอฮะ…..” เจ้าของชื่อเอ่ยตะกุกตะกัก พลางก้มหน้าต่ำลง

“……….คบไม่ได้เหรอ…….รังเกียจ?......” ซึงฮยอนกลั้นใจถามมันออกมา ภาวนาว่าอย่าให้อีกฝ่ายตอบว่า ใช่ เลย….

“ไม่ใช่หรอกฮะ……ผมไม่เคยรังเกียจพี่…..แต่ ผมคงคบกับพี่ไม่ได้…..”

“ทำไมล่ะ?....”

“…………พี่ไม่เคยรู้ตัวเลยเหรอฮะ…….ว่า……จียงน่ะ…..แอบชอบพี่มาตลอด……” เมื่อประโยคสุดท้ายจบลง ซึงรีก็เงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงช้าๆ

“………….ผมว่า…….เราอยู่ด้วยกัน…..สามคนแบบนี้น่ะ ดีแล้วล่ะฮะ……”

“………งั้น…..ฉันขอถามอะไรอีกคำเดียวได้มั้ย…..แล้วจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย…..” ตอนนี้ซึงฮยอนรู้สึกว่าในหัวตนเองตอนนี้ว่างเปล่า คงเหลือไว้แค่เพียงธาตุอากาศเท่านั้น

“……………….นาย………เคยรู้สึก……..รักฉัน……บ้างรึเปล่า……”
.
.
.

“……………ฮะ….…ทั้งจียงและผม……...ต่างก็หลงรักพี่ทั้งคู่นั่นแหละฮะ…….” อีกฝ่ายหันหลังกลับมาแล้วตอบเขาเบาๆ ด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย

 

“พี่……พี่ซึงฮยอน!….ฟังผมอยู่รึเปล่า คิดอะไรอยู่น่ะ….” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นฉุดร่างสูงให้หลุดออกจากภวังค์ แล้วยกมือโบกไปมาอยู่หน้าเขา

ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้ากำลังนึกถึงเรื่องอะไรอยู่……แต่ก็ต้องทำเป็นไม่รู้……

 

ปากบอกว่ารัก……แล้วดูเธอทำ……

ไม่เคยสบสายตา……ไม่มองหน้ากัน……
.
.
.


อย่างกับคนไม่คุ้นเคย……

 

ร่างบางรู้ดีเสมอ……รู้มาตลอด…..

แต่ทำเป็นไม่รู้……ไม่สนใจ……

โกหกตัวเองตลอดมา……

 

“…………นาย…….เหนื่อยมั้ยจียง?.......เคยรู้สึกเหนื่อยบ้างมั้ย?......” ร่างสูงเอ่ยถามออกมาเบาๆ ขณะที่กำลังช่วยกันล้างจานชามของมื้อเช้าที่เพิ่งทานเสร็จกันไปเมื่อครู่

“………..เหนื่อย?......แค่ทำกับข้าวแล้วล้างจานเนี่ยนะ…..ไม่เหนื่อยหรอก…..” อีกฝ่ายยังคงตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง…..

“………….เหนื่อย……ที่ต้อง……ทำเป็นร่าเริงน่ะ…….” ร่างบางเคยคิดไว้แล้วเหมือนกัน…..ว่าสักวันหนึ่งคนข้างๆอาจถามคำถามนี้กับเขาก็ได้…..

 

ในวันนั้น…..วันที่ซึงฮยอนสารภาพกับซึงรีไป…..เขาบังเอิญได้ยินมันเข้าหลังจากกลับมาจากขอตัวไปซื้อน้ำผลไม้มาให้ เมื่อเห็นร่างสูงแวะมาหาที่ห้องเรียน……ร่างบางยืนร้องไห้เงียบๆคนเดียวอยู่หน้าประตูสักพัก ก็ยกมือเล็กขึ้นปาดน้ำตาออกเร็วๆ แล้วกลับเข้าไปหาทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่ร่าเริง……

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…..

 


ถ้าเผื่อไม่รัก……ไม่ต้องแกล้งทำ……


ไม่จำเป็นต้องแฟร์……ไม่ต้องแคร์เข้าใจ……
หลอกกันไปมันไม่ดี ไม่ดี ไม่ดี เท่าไหร่ จำไว้เลย……
.
.
.

 

เช้าวันต่อมา ซึงรีถูกหามส่งโรงพยาบาลกะทันหัน จียงเพิ่งจะรู้วันนี้เองว่าวันนั้น…..วันที่ฝนตกหนัก หลังจากที่ร่างสูงและเพื่อนสนิทฝ่าสายฝนไปถึงโรงพยาบาลแล้ว แพทย์รายงานว่าซึงรีไม่ได้เป็นโรคแพ้อากาศ…..

แต่เป็นโรคปอด……

 

“………….ซึงรี……ทำไม…..ทำไมนายไม่เคยบอกฉันเลยล่ะ…..” จียงเอ่ยถามเพื่อนสนิทเบาๆ พลางน้ำตาไหล

เจ้าของชื่อไม่เอ่ยอะไร เพียงแต่บีบมือร่างบางเบาๆตอบกลับไป

“………….นี่……จียง……ช่วยลงไปซื้อแฮม…..ร้านหน้าโรงบาล…..ที่เราชอบไปกินกัน……ให้ฉันหน่อยสิ…..” ซึงรีเก็บความเจ็บปวดไว้ทั้งหมด แล้วพยายามเอ่ยออกมาเป็นคำพูดอย่างยากลำบาก เขายิ้มเล็กน้อยให้กับเพื่อนสนิทตรงหน้า

“จะกินตอนนี้เหรอ……” ซึงรีพยักหน้าช้าๆ ถึงร่างบางจะไม่เข้าใจแต่เขาก็ลงไปซื้อให้เพื่อนรักอยู่ดี…..

“พี่……ซึงฮยอนฮะ…..ผม…..มีเรื่องจะขอร้อง…..” หลังจากที่จียงออกจากห้องไปแล้ว ซึงรีก็เริ่มบทสนทนากับคนตรงหน้าทันที

“………….…ครับ?.............”

“พี่……คงรู้ดีนะฮะ…..ว่าผมกับจียง…..รักกันมาก…..” เจ้าตัวรู้สึกทันทีถึงความร้อนจากหยดน้ำที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตา

“……..ครับ……พี่รู้…..” มือหนาปาดน้ำตาออกให้อีกฝ่ายเบาๆ

“พี่ต้อง…..สัญญากับผมนะฮะ…..ว่า…..จะรักจียง…..เท่าๆกับ…..ที่พี่รักผม…..” ซึงรีเอ่ยออกมา เหมือนจะรับรู้ว่าตนอาจจะอยู่ได้อีกไม่นานนัก

“………………………………………….”

“สัญญานะฮะ…..ถ้าจียงเสียใจ…..ก็ทำให้ผมเสียใจไปด้วย……”

“……………ครับ………พี่สัญญา…….” ร่างสูงกล่าวแล้วยิ้มให้ร่างตรงหน้า พลางลูบหัวเบาๆ
.
.
.

 

 

 

 

“………..จะเหนื่อยหน่ายอะไรกันล่ะ……..ผมก็ร่าเริงแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้วนี่นา~………”

ร่างบางตอบคนข้างๆ แล้วหันไปยิ้มสดใสให้เหมือนทุกครั้ง…..

 

 

 

 

 

แต่เรายังรักกัน……
.
.
.


ไม่ใช่เหรอ……

 

 

FIN

 

 

 

Talk:

ช็อตฟิคเรื่องแรก เลือกหนุ่มบิ๊กแบงมาเป็นหนูทดลอง ฮ่า~

ตั้งใจแต่งมาก พล็อตก็ไม่มี ด้นสดเลย xD

ชอบเพลงนี้มากเลยหยิบมาแต่งฟิค

เปิดเพลงเพื่อเพิ่มอรรถรสนะจ้ะ

 

ยังไงก็แนะนำด้วยค่า ติชมได้ตามสะดวก

 

อ่านแล้วคิดว่าใครน่าสงสารที่สุดกัน~ ((:

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry


โฮกกก!! ท่านเขียน ไม่ส แต่งเก่งมากเลยเจ้ามะฮ่ะ
ชอบ มากเลยเจ้ามะฮ่ะ!!!
ไว้แต่งเรื่องใหม่ ต่อ นะเจ้ามะฮ่ะ!!

รออ่านเสมอนะเจ้ามะฮ่ะ big smile

ปล. ธีมใหม่ใช่ไหมน้อ? สีหวานเชียวว นะเจ้ามะฮ่ะ อิอิ

#1 By b B e a r s lll contentment on 2008-05-07 00:37

ฮึ่ยยย ตอนแรกเหนชื่อฟิก ชื่อเดวกะฟิกเราเลย

(แต่ของเราเปนจีรีนะ ..หงึ หงึ)


พอดีผ่านมาแวบ ๆ สนุกดีค่ะ แอบสงสารท่านลีดเดอ

ละบังเอินเปิดเพลง sea of love ของ
ฟลายทู.ฟังไปด้วยตอนอ่าน

..โห เข้ามากมากกกกกกกก

#2 By piaaz on 2008-05-07 13:21

กำลังหาฟิคอ่านอยู่พอดีเลย

ช็อตฟิคเรื่องแรกเหรอ เก่งจัง

คุณชเวแมร่ม มาทำกะคุณควอนของเราแบบนี้ได้งัย

ใช้ไม่ได้ คุณควอนมาหาเราแทนดีกว่า55+

แล้วแต่งมาให้อ่านอีกบ่อยๆน๊ะ

#3 By ~*::_GigU-LeTTO_::*~ on 2008-05-08 17:50

ชอบที่แต่งเรื่องจากเพลง
ทำบ่อยๆเก่งแน่ครับ แบบอ่านแล้วรู้สึกได้
ทีแรกอ่าน งงตัวละครนิดหน่อย ว่าบางช่วงพูดถึงใคร
แต่ก็เล็กน้อยและเป็นความรู้สึกส่วนตัวครับ ไม่ค่อยคุ้นชื่อน่ะครับ

ชอบการตัดต่อเรื่อง การแทรกด้วยบทรำพึงรำพันมาก
บทสนทนาเขียนได้ดีทีเดียว
เขียนอีกนะครับ

big smile

#4 By GPEN on 2008-05-09 12:11

.