<

 

 

 

 

(AU Long One Shot)  Bachelor’s Degree.

Fandom: winner, ikon and SMTM4

Pairing: songkim, double b, junjin, hanwon and dupnon

Rate: PG

Sort: fluff, rom-coms

Author: lullaby

Note: ถ้าพวกเขาไม่ใช่ศิลปิน พวกเขาจะเป็นอะไรกันนะ…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Life of Interior Architecture Middler Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

บรรยากาศทั้งหลายเหล่านี้ช่างตรงกันข้ามกับอารมณ์ของเขาเสียเหลือเกิน

 

ป๊าบ! เสียงตบเกรียนดังสนั่นลั่นห้องสตูดิโอดั่งถ้อยคำอรุณสวัสดิ์ยามเช้า

เขาหันขึ้นไปมองค้อนใส่เพื่อนตัวดีที่อยู่คนละคณะแต่แม่งไม่วายมายุ่งวุ่นวายได้ทุกวัน

“ไอ้เชี่ย! มึงตบกูทำไมเนี่ย?” ซงมินโฮนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมตะโกนด่าเพื่อนรักเสียงดังลั่นลาน

“ก็กูเห็นมึงจะหลับอยู่รอมร่อแล้ว กูหวังดีช่วยปลุก เดี๋ยวงานไม่เสร็จ” จองฮยอนแทนักศึกษาคณะวิศวกรรมฯยานยนต์กล่าวติดตลกพรางยื่นเครื่องดื่มชูกำลังปั่นให้หนึ่งแก้วใหญ่

“ทักกูดีๆก็ได้มั้ง…ห่า” มินโฮรับแก้วมาพร้อมลูบหัวตัวเองป้อยๆ

“แล้วนี่มีแต่มึงรึไงที่งานยังไม่เสร็จ?” ฮยอนแทหันไปมองรอบสตูฯเห็นมีแต่คนสบายอกสบายใจ ไม่เห็นมีใครมาเผางานแบบเพื่อนของเขา

“เออดิ กูขอติด I ‘จารย์ไว้ ไหนๆมึงก็มาละทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย มาช่วยกูตัดโมฯเลยสัด” มินโฮพูดเสียงอู้อี้เพราะที่ปากคาบดินสอ EE ไว้

“อ้าว…ใช่เรื่องกูมั้ยครับ?” ปากก็บ่นไปงั้นแหละแต่มือนี่ช่วยเพื่อนรักตัดโมเดลเต็มที่ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ…สงสารหมามัน

“แล้วนี่คณะมึงไม่มีงานมีการต้องทำต้องส่งเลยหรอวะ?”

“มีดิ แต่เขาก็ทำเสร็จส่งเกรดออกกันไปหมดแล้วมั้ยหละคุณ…เทอมนี้ก็เหลือแค่ฝึกงาน กูว่าจะขอไปฝึกกับโตโยต้าที่ญี่ปุ่นหวะ”

“เชี่ย…น่าอิจฉาชิบหาย กูนี่เหนื่อยจะตายอยู่แล้วแม่งเอ้ย! กูไม่ได้นอนมาเป็นอาทิตย์แล้วเนี่ย”

“บ่นแล้วมันช่วยอะไรได้วะ ทำๆไปเหอะ”

 

“เห้ย! อรุณสวัสดิ์พวกมึง โหไอ้เชี่ยมิโนมึงแม่งยังกะศพ! ตกใจหมด” ฮันบยอลนักศึกษาคณะสัตวแพทย์ฯเดินตรงมาที่สตูฯคณะสถาปัตย์ฯอย่างเคย

“เออไอ้บยอล ว่าไงมึง” ฮยอนแทกล่าวทักทายเพื่อนสนิทอย่างเคย

“เรื่อยๆหวะ มาดูหมาเผางานแต่เช้าเลยนะมึง” บยอลหัวเราะพรางพูดแซวเพื่อนในกลุ่มที่ยุ่งหัวหมุน

“เขาเรียกว่ามาให้กำลังใจเพื่อนรัก” สิ้นประโยคสองเสียงหัวเราะประสานกันดังลั่นสตูดิโอ

“ไอ้พวกเพื่อนเชี่ย อย่าให้กูเสร็จงานนี้เมื่อไหร่นะแม่ง…”

“คุณหมอบยอลครับมาดูอาการเพื่อนหน่อยดิ้ สภาพไม่ไหวแล้วครับ”

“ไอ้เชี่ยฮยอนแท กูคนครับไม่ใช่สัตว์!”

“ไอ้เชี่ยฮยอนแท อย่าพึ่งเรียกกูหมอ เขาถือกันเดี๋ยวกูเรียนไม่จบ!”

“อ้าว…ยังงี้ก็เสร็จกูดิ เปอร์สักปีสองปีจะเป็นไรเนอะคุณหมอ…” ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี เหล่าเพื่อนรักของเขาก็วิ่งไล่กระทืบกันเสียงดังบนลานสตูฯนั่นแหละ

พวกเขาสามคนรู้จักกันได้เพราะเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเดียวกันห้องเดียวกันมา

ถึงจะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ ก็ไม่ได้ทำให้ความสนิทของพวกเขาลดลงแม้แต่น้อย

 

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือคู่ใจของเขาดังขึ้น

เขาเอื้อมมือไปกดดูลวกๆด้วยความรีบร้อน

โปรแกรมแชทชื่อดังสีเหลืองสดใสปรากฏขึ้น

เมื่อเห็นชื่อปลายทางชัดๆทำเอาดวงตาของเขาสว่างวาบจากความง่วงงุนทันที

 

xxjjjwww :     มิโน

xxjjjwww :     อยู่สตูฯรึป่าว?

xxjjjwww :     เดี๋ยวแวะเอาข้าวกล่องไปให้นะ

xxjjjwww :     สู้ๆ

 

โอ้ย! คุณครับ…สวรรค์มาโปรด

นี่มันกำลังกายและกำลังใจของแท้

น้ำตาจะไหล…

 

 

==========

 

 

Life of Journalism Senior Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

เขาและเพื่อนสนิทที่คณะเดียวกันนั่งจับกลุ่มเล่าเรื่องในช่วงที่ไม่ได้เจอกันอย่างออกรส

บนโต๊ะประจำในโรงอาหารคณะ

 

“เออ แล้วจินอูอ่ะปิดเทอมไปทำไรมามั่ง?” คิมจินอูนักศึกษาคณะนิเทศฯวารสารที่ส่วนใหญ่มักจะนั่งเป็นผู้รับฟังอย่างเดียว บางครั้งก็ขำขันตามบทสนทนาตลกๆบ้างเล็กน้อย จู่ๆก็ถูกจุดประเด็นขึ้นกลางกลุ่ม

“ฉันหรอ? ก็ไม่มีอะไรหนิ…” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เพื่อนๆทุกคนจับจ้องมาที่เขาราวกับว่ามันน่าสนใจมากขนาดนั้น จินอูทำหน้าเหลอหลา

“ได้ข่าวว่ามีแฟนหรอพี่?” นัมแทฮยอนรุ่นน้องสุดที่รักเด็กนิเทศฯศิลปะการแสดงปีสองเปิดคีย์เวิร์ดพรางทำหน้าตากระหยิ่มยิ้มย่อง

เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบโต๊ะ จินอูรีบหันควับไปมองเพื่อนสนิทปากสว่างอย่างอีซึงฮุน

เพื่อนร่วมคณะของเขาแต่อยู่เอกศิลปะการแสดงทันที

ซึงฮุนเหลือบตาขึ้นมองบนทำไม่รู้ไม่ชี้พรางดูดน้ำหวานในแก้วดังโฮก

“พี่จะเล่าเองหรือให้พี่ซึงฮุนเล่าครับ?” นัมแทผู้ได้ฉายาลูกพี่นัมของกลุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเรียบพรางหรี่ตามอง ทำให้คิ้วที่ตกนั้นตกลงไปอีก

เขาหันไปมองซึงฮุนอีกครั้ง คราวนี้ไอ้ตี๋นั่นยกยิ้มราวกับเสียสติกลับมาให้เขา

จินอูถอนหายใจเบาๆราวยอมแพ้ ทุกคนในกลุ่มทำหูผึ่ง

“ก็…ตามนั้นแหละ” จินอูเอ่ยเบา

“หน้าตาดีมั้ยอ่ะ?” เขากำลังจะเปิดปากพูดก็โดนเพื่อนอีกคนแทรกขึ้นมาก่อน

“ใครอ่ะแก ฉันรู้จักป่าว?”

“เอ่อ…ก็”

“ซงมินโฮไง เด็กกองสันฯเหมือนฉันเนี่ย อยู่ปีสาม’ถาปัตย์ ฉันแนะนำให้มันรู้จักกับจินอูเองแหละ สงสารมันวันๆปั่นแต่งานไม่เจอใครเล้ยนอกจากคนในกองสันฯ” ซึงฮุนคันปากหยุบหยิบอดไม่ได้ที่จะเล่าจริงๆ

“โหย! กินเด็กนะแก” เสียงเพื่อนๆแซวกันอย่างสนุกสนาน

“แล้วช่วงปิดเทอมเนี่ยจินอูมันไปช่วยแฟนมันปั่นงานที่คอนโด ฉันก็แวะไปเล่นด้วยเรื่อยอ่ะ เคลียร์นะทุกคน!”

“เดี๋ยวๆนะ…พี่ชื่อคิมจินอูหรอครับ?” ลูกพี่นัมรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง

“ก็มันเล่าช้าอ่ะ ไม่ทันใจเหล่าคนขี้เสือกในกลุ่มนี้หรอก จริงมะ?” สิ้นเสียงซึงฮุนก็ตามมาด้วยเสียงโห่ฮิ้วของเหล่าเพื่อนฝูงทันที

 

พอพูดถึงมินโฮก็นึกขึ้นได้ จินอูขอปลีกตัวออกมาซื้อข้าวกล่องร้านป้าเจ้าประจำ

เพื่อที่จะเอาเสบียงไปให้คนอ่อนระโหยโรยแรง

มือข้างที่ไม่ได้ถือถุงข้าวกล่องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง

แล้วส่งข้อความหาคนปลายทางอย่างรวดเร็ว

 

Read      มิโน

Read      อยู่สตูฯรึป่าว?

Read      เดี๋ยวแวะเอาข้าวกล่องไปให้นะ

Read      สู้ๆ

realllllmino :     อยู่ครับ

realllllmino :     หิวมากเลย

realllllmino :     แต่คิดถึงมากกว่า ^^

realllllmino :     รีบมานะ

 

สองเท้ายาวรีบจ้ำอ้าวไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว

รอยยิ้มเขินอายน่ารักปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยอย่างมีชีวิตชีวา

 

 

==========

 

 

Life of Agronomy Sophomore Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

ร่างเล็กขี่มอเตอร์ไซค์คลาสสิกสีขาวคู่ใจออกไปหน้ามออย่างสดใสเช่นเคย

 

หลังจากแวะมารดน้ำใส่ปุ๋ยแลปไร่อ้อยของเขาเสร็จแล้วนั้น

จองแจวอนหนุ่มน้อยเจ้าของตำแหน่งเดือนคณะเกษตรพืชไร่

ก็สตาร์ทมอเตอร์ไซค์ของเขาออกไปร้านกาแฟเจ้าดังหน้ามหาวิทยาลัยทันที

เขาไม่ต้องเอ่ยปากสั่งด้วยซ้ำ เพราะพนักงานที่ร้านมักจำเมนูของเขาได้อย่างแม่นยำ

แจวอนกล่าวทักทายเจื้อยแจ้วแล้วยกยิ้มสดใสให้กับพนักงานประจำอย่างเช่นทุกที

 

ระหว่างทางขี่กลับมีผู้คนมากหน้าหลายตาทักทายเขาตลอดทาง

ปีที่แล้วเขากลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน เนื่องจากได้รางวัลชนะเลิศการประกวดเดือนคณะเกษตร

ซึ่งปีนั้นเป็นที่ฮือฮามากเพราะไม่เคยมีเด็กหน้าตาดีมากถึงมากที่สุดตกมาถึงคณะเกษตรกี่ล้านปีแสงแล้วไม่รู้

(หรืออาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยเพราะคณะนิเทศฯไม่ก็คณะมนุษย์ฯมักจะได้ตัวท็อปไปแดกตลอด)

แล้วไม่ใช่ว่าแค่ตำแหน่งเดือนคณะเท่านั้นที่เขาได้มา

แต่บังเอิญเขาได้ตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยมาครองด้วยนี่สิ…

นับแต่วันนั้นมาแจวอนจึงจัดเป็นตัวเด็ดของคณะ พี่ๆนี่คอยดูแลประคบประหงมเขาอย่างกับไข่ในหิน

 

ทันทีที่แจวอนขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าแลปเพาะเลี้ยงฯคณะประมง

เขารีบดับเครื่องแล้วจอดไว้ข้างๆบ่อปลา เกรงว่าคนข้างในจะตื่น

มือเล็กหยิบปากกาเคมีออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วเขียนยุกยิกลงไปบนแก้วกาแฟ

พร้อมกับประทับริมฝีปากลงไปบนแก้วเบาๆเป็นเสียงจุ้บน่ารัก เรียวปากบางยกยิ้มเขินอาย

เขาวางไว้หน้าประตูแลปเช่นเคยแล้วรีบขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

 

==========

 

 

Life of Aquaculture Super Senior Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

ยกเว้นเขาที่ลุกขึ้นมาให้อาหารปลาในบ่อปูนด้วยความง่วงเหงาหาวนอน

 

“ง่วงชิบหายเลยว้อย…” จองฮันเฮพี่ปีห้าในกลุ่มเด็กแลปประมงเพาะเลี้ยงฯหาววอดๆออกมาบิดขี้เกียจหน้าห้องแลป

ทุกวันนี้เขาย้ายสำมะโนครัวตนเองมาลงหลักปักฐานที่แลป คอยเฝ้าดูมันทุกวินาที

เพราะกลัวว่าแลปจะเฟล กลัวน้องปลาสุดที่รักจะตายจากกันไปอีกยกแผง

อยู่ๆคนเรามันจะซวยก็ซวยแบบไม่มีเหตุผล ว่าจะจบอยู่แล้วเชียว แลปจะปิดอยู่แล้วเชียว

ออกซิเจนเจ้ากรรมดันหยุดทำงานเอาดื้อๆ ในสัปดาห์สุดท้ายของการเก็บตัวอย่าง

ด้วยเหตุทั้งหมดทั้งปวงนี้ทำให้เขากลายเป็นพี่เปอร์ ต้องมานั่งทำแลปใหม่ ซวยจริ๊ง!

 

ฮันเฮยืนขยี้ตาไปพรางหยิบขันน้ำและอุปกรณ์ล้างน้ำแปรงฟัน

มายืนทำภารกิจส่วนตัวอยู่หน้าบ่อปลาของเขา

พลันสายตาดันหันไปสบกับแก้วกาแฟรสอเมริกาโนยี่ห้อดังยี่ห้อเดิมวางอยู่ข้างประตู

เขาสงสัยจนเลิกสงสัยไปแล้วว่าใครที่เอามาวางไว้ให้เขาทุกวันตอนเช้าตรู่

มือหนาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดูดทันทีที่แปรงฟันเสร็จ รสชาติของมันยังอร่อยเหมือนเดิม

พร้อมกับลายมือยุกยิกแบบเดิมข้างแก้วพลาสติกนั้น…

 

‘ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีเหมือนเดิมนะครับพี่ฮันเฮ

 

เขายกยิ้มให้กับแก้วกาแฟเหมือนคนเสียสติ

แหม…เห็นหน้าอย่างงี้ผมก็มีแฟนคลับนะครับ

ถึงจะไม่เคยรู้เลยว่าใครมาเป็นปีแล้วเนี่ย

ในใจลึกๆเขาก็อยากรู้เหมือนกันนะ…

ว่าเมื่อไหร่เจ้าของลายมือยุกยิกนี่จะเปิดเผยตัวสักที

อยากรู้จักจะแย่แล้ว!

 

 

==========

 

 

Life of Dentistry Freshman Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

คิมจีวอนนักศึกษาคณะทันตะฯก้มหน้าก้มตาอ่านตำราในมืออย่างคร่ำเคร่งบนโต๊ะหลังคณะดุริยางค์ฯ

 

สำหรับเด็กซิ่วมากจากคณะวิทย์ฯกีฬาเมื่อปีที่แล้วอย่างเขาสู่คณะใหม่ที่ขึ้นชื่อว่าหินอันดับต้นๆนั้น

ทำให้จีวอนต้องขยันเรียนมากกว่าเดิมเป็นล้านเท่าได้มั้ง จากเด็กที่เรียนชิวๆขำๆไปวันๆ

ในมือถือแต่ลูกบาสไม่ก็เกมส์ PSP พกพา ตอนนี้เปลี่ยนจากหน้าตีนเป็นหลังมือ

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยหนังสือ ตำรา ชีทเรียน เปเปอร์ textbook หรืออะไรเทือกนี้แทน

สายตาของเขาสั้นลงไปอีก -50 ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีที่ผ่านมา

แต่สุดท้ายไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เขาต้องเสียสละ เขายอมทุกอย่าง

เพื่อให้ความฝันของเขาเป็นจริงให้ได้…

ความฝันที่แอบฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจมานาน

 

หลังจากเมื่อเทอมต้นปีที่แล้วเขาเล่นบาสกับเพื่อนๆในทีมตามปกติ

ก็เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น…ลูกบาสที่เพื่อนในทีมดั้งค์ลงห่วงไปแล้วนั้น

กระเด้งมากระแทกเข้ากับฟันหน้าของเขาในขณะที่กำลังหัวเราะอยู่อย่างแรง

ความรู้สึกสุดท้ายก่อนจิตจะดับวูบไปคือกลิ่นคาวเลือดในช่องปาก

จีวอนล้มตึงลงกลางสนามบาสคณะวิทย์ฯกีฬาในทันที

 

พอรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ตื่นมาอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องพยาบาลคณะ

เพื่อนๆรุมล้อมเขาราวกับว่าเป็นเซเลบฯ อาจารย์ห้องพยาบาลคนสวยบอกกับเขาว่า

พื้นฐานโครงสร้างฟันของจีวอนนั้นแข็งแรงมาก

ขนาดโดนลูกบาสกระแทกอย่างแรงในระยะประชิดอย่างนั้น

ยังทำอะไรฟันของเขาไม่ได้เลย ยังอยู่ครบถ้วนทุกซี่…

“โหไอ้บ๊อบ! จอบมึงแม่งโคตรทรงพลัง…” เพื่อนๆทุกคนต่างภูมิใจในฟันหน้าของเขา

 

หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญนั้นเอง จีวอนตระหนักได้ว่า…

มีแต่ตัวเขาเองนี่แหละที่จะพิชิตฟันหน้าของตัวเองได้

เขาจะต้องดัดฟันตัวเองให้เข้า…เขาจะต้องเรียนทันตะฯ

ปีต่อมาจีวอนจึงเลือกที่จะซิ่วมาเรียนคณะสุดหินนี้ตามความตั้งใจของเขานั่นเอง…

 

จิตใจของจีวอนนั้นล่องลอยออกไปไกลเกินกว่า textbook จะไขว่คว้าได้

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือคู่ใจแผดดังขึ้น ดึงสติเขาให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

ชื่อปลายสายที่คุ้นเคยทำให้เขากดรับอย่างไม่ลังเล

“ครับ…พี่นั่งอยู่โต๊ะหลังคณะเราอ่ะ...”

“…ใช่ๆ…โต๊ะใต้ต้นไทร…”

“อ่าๆ…พี่เห็นเราละ”

จีวอนรีบกวาดข้าวของอุปกรณ์การเรียนทุกอย่างลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

แล้วออกวิ่งไปหาบุคคลปลายสายทันที…

 

 

==========

 

 

Life of Commercial Music Freshman Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

เสียงดนตรีผิดโน๊ตที่ดังแทรกโดดขึ้นมาภายในห้องซ้อมฯทำให้ทุกคนในวงหยุดชะงัก

 

“ไหวมั้ยเนี่ยฮันบิน?” เสียงของรุ่นพี่ในวงร้องทักขึ้นมา

“แต่นี่ก็ซ้อมติดต่อกันมาสามชั่วโมงแล้วนะ…” เสียงโอดครวญของเหล่าสมาชิกในวงบ่นกันระงม

“โอเคๆ งั้นแยกย้ายไปพักกันก่อน แล้วเจอกันอีกทีตอนสิบโมงนะทุกคน”

“พี่ว่าเราตาลายแล้วแหละ ไปกินข้าวก่อนดีมั้ย?” สิ้นเสียงหัวหน้าวงสั่งพัก คังซึงยูนรุ่นพี่ปีสองคนสนิทตำแหน่งอะคูสติกกีตาร์เดินเข้ามาถามไถ่น้องชายด้วยความเป็นห่วง

“ครับ…’โทษทีครับพี่” คิมฮันบินปิดฝาครอบเปียโนลงเบาๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“เห้ยไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมาก” รุ่นพี่ตบบ่าเขาพร้อมยกยิ้มใจดีส่งกลับมา

“แล้วนี่พี่จะไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ?”

“พี่พึ่งกินมาเองวะ ว่าจะแวะไปนั่งเล่นที่ชมรมซะหน่อย มี’ไรก็โทรมา ไม่ก็มาหาได้ พี่อยู่ที่ชมรมนั่นแหละ”

“โอเคครับเดี๋ยวผมเข้าไป ไม่ได้เข้านานแล้วด้วย สงสัยต้องซื้อขนมไปเซ่นพี่ๆแล้วมั้งเนี่ย” ฮันบินกล่าวติดตลกก่อนเดินออกมาจากห้องซ้อมดนตรี

 

หลังจากที่เดินมาถึงลานกิจกรรมด้านหลังคณะดุริยางค์ฯแล้วนั้น

มือเรียวจึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดไปที่เบอร์โทรออกล่าสุดทันที

“ฮัลโหลพี่บ็อบบี้…อยู่ไหนอ่ะครับ?”

“…โต๊ะม้าหินใหญ่ๆใช่ป่าวครับ?…”

“…ไหนอ่ะ? ผมไม่เห็นพี่เลย…”

 

ไม่ทันขาดคำคนปลายสายทักเขาจากด้านหลังเสียงดังจนเขาสะดุ้งตัวโยน

ฮันบินทุบไปที่ไหล่ของอีกฝ่ายทันทีที่เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้ม ตามด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่

“ป่ะ…กินข้าวกัน” อีกฝ่ายจูงมือเขาเบาๆให้ออกเดิน

 

 

==========

 

 

Life of Early Childhood Education Sophomore Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

ผิดกับเขาที่กุลีกุจอรีบเก็บอุปกรณ์และสื่อการสอนที่จะนำเสนอหน้าชั้นในวันนี้ให้ทันเวลา

 

“โทษทีครับ…ผมไม่ทันมอง” เด็กหนุ่มหน้าตาบอกบุญไม่รับช่วยเขาเก็บข้าวของทันทีที่บังเอิญชนกันเข้าอย่างจัง

“ไม่เป็นไรครับ…” คิมจินฮวานนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ประถมวัยกล่าวตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“พี่เรียนครูหรอครับ?” เด็กหนุ่มคนเดิมเอ่ยถามขึ้นระหว่างช่วยเก็บดินสอสีไม้เข้ากล่อง จินฮวานเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

“เอ่อ…ผมเห็นบนหนังสือเรียนพี่อ่ะ ผมเด็กกว่าพี่ปีนึง…” เด็กหนุ่มเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“อ่อ…ครับ ครูเด็กอนุบาลหน่ะ” ร่างเล็กหอบสื่อการสอนใส่ถุงกระดาษแล้วเอามากอดไว้ตามเดิมด้วยความทุลักทุเล

“…เดี๋ยวผมไปส่ง พี่ช่วยถือลูกบาสให้หน่อย” ไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว เด็กหนุ่มหน้าเซ็งตรงหน้าก็ยัดลูกบาสมาให้เขาอุ้มแล้ว

 

เจ้าตัวออกวิ่งอย่างรวดเร็วไปยังข้างสนามบาสคณะวิทย์ฯกีฬาที่อยู่ใกล้ๆกันนี้

แล้วรีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์เวสป้าสีแดงขี่ตรงมายังเขาทันที

“…จริงๆไม่ต้องก็ได้นะ ลำบากน้องเปล่าๆ” จินฮวานรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์ของคนไม่รู้จักกันอย่างนี้ ถึงจะไม่ต่างจากนั่งมอ’ไซค์วิน แต่ความรู้สึกมันก็ต่างกันอยู่ดีนั่นแหละ

“ผมว่าพี่รีบนะ แล้วผมก็ชนพี่ล้มด้วย ของพี่ก็เยอะกว่าจะเดินไปถึงคณะศึกษาฯต้องล้มอีกกี่รอบ ให้ผมรับผิดชอบเถอะ”

 

เหมือนจะโดนหลอกด่ารึเปล่าไม่แน่ใจ…

เด็กหนุ่มตัวสูงบิดเวสป้าเร่งความเร็วขึ้นอีกทันทีที่พูดจบ

จินฮวานหลับตาลงรับลมเย็นด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มอีกครั้ง

“…ขอบใจนะ น้องนักบาส”

“…ไม่เป็นไรครับ พี่คุณครู”

 

 

==========

 

 

Life of Sports Science Freshman Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

กูจุนฮเวเด็กยักษ์ตำแหน่งเซ็นเตอร์ของทีมพึ่งชู้ตสองแต้มลงห่วงไปหมาดๆ

เสียงเชียร์ดังขึ้นประปรายบนอัฒจันทร์เนื่องจากเป็นแค่การซ้อมไม่ใช่การแข่งจริง

โค้ชเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นสัญญาณให้ทุกคนไปพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย

 

เขาที่ปกติแล้วมีหน้าตาที่ดูหงุดหงิดทุกคนบนโลกโดยกำเนิดนั้น

ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนคนไหนกล้าเข้ามาคุยกับเขาสักเท่าไหร่

คนอื่นชอบหาว่าเขาอารมณ์ไม่ดีทั้งๆที่เขายังไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ

จุนฮเวเดินไปเข้าห้องน้าเพื่อล้างตัวล้างผมให้หายเหนียว

เขาเช็ดลวกๆก่อนออกมาหยิบลูกบาสข้างมอเตอร์ไซค์เวสป้าสีแดงเล่น

แล้วลองชู้ตสามแต้มกับห่วงเล็กๆข้างสนามบาสคณะแก้เซ็ง

แต่ลูกบาสเจ้ากรรมดันกระเด้งไปโดนศีรษะของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

“โอ๊ย!”

“ชิบหายแล้ว!” เขาสบถเสียงดังแล้วรีบวิ่งไปดูอาการของบุคคลเคราะห์ร้ายผู้นั้นทันที

 

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ เป็นไรมากมั้ย?” จุนฮเวรีบเอ่ยปากขอโทษขอโพย

“…ไม่เป็นไรครับ” เด็กหนุ่มนวดขมับตนเองบรรเทาอาการปวด

“อ้าวเห้ย! นี่ฮันบินใช่ป่ะ?” เขาอุทานเสียงดังทันทีที่เห็นหน้าคู่กรณีชัดๆ

“อ้าว! จุนฮเว เป็นไงมั่งอ่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลย” เพื่อนของเขาทักทายกลับมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“มึงนั่นแหละเป็นไงมั่ง ‘โทษทีหวะกูไม่ทันมอง”

“เออ ไม่เป็นไรหรอก แล้วนี่มึงเป็นนักบาสหรอวะ?”

“เออ อยู่วิทย์ฯกีฬาเนี่ย แล้วมึงอ่ะ?”

“กูอยู่คณะดุริยางค์ฯ อยู่วงเหมือนกัน”

“เออดีหวะ ดีใจได้เจอกันอีก แล้วนี่มึงจะไปไหนอ่ะ?”

“กำลังไปชมรมอ่ะ มึงมีชมรมยัง?”

“กูอยู่กองสันฯอ่ะ ยังไม่ได้แวะเข้าไปเลย มึงอ่ะ?”

“ค่ายอาสาอ่ะ พึ่งได้แวะเข้าไปเหมือนกัน”

“ถึงว่าถือขนมเพียบ”

“เออกูไปก่อนนะมึง ไว้เจอกัน เดี๋ยวกูแชทไปหา”

“เออ เดินดีๆมึง” เขาลืมไปได้ไงนะ…ว่าเขาก็มีเพื่อนอยู่เหมือนกันหนิ

 

พอเจอฮันบินแล้วกลับคิดถึงช่วงชีวิตวัยมัธยมปลายขึ้นมาจับใจ…

ระหว่างเดินเดาะลูกบาสคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นเอง

เขาก็บังเอิญชนเข้ากับมนุษย์บ้าหอบฟางคนหนึ่งเข้าอย่างแรง

อีกแล้วหรอวะเนี่ย…

 

 

==========

 

 

Life of Veterinary Medicine Third Year Student.

 

รุ่งเช้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปีการศึกษาภาคปลายนี้

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมเล็กที่ผ่านมา

เสียงหัวเราะทักทายกันอย่างสนุกสนานเซ็งแซ่ระงมเต็มพื้นที่

เทอมนี้คณะสัตวแพทย์ฯมีการจัดงาน open house ขึ้นใต้ตึกคณะ

ทำให้มีน้องๆมัธยมปลายหลากหลายโรงเรียนที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก

 

หลังจากไปเยี่ยมหมา เอ้ย! เพื่อนที่คณะสถาปัตย์ฯมาแล้ว

ฮันบยอลก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อยกลับมาที่คณะตนเอง

พอฮยอนแทเพื่อนรักพูดเรื่องฝึกงานขึ้นมาในวงสนทนา

ทำให้เขากลับมาคิดถึงตัวเองว่าปิดเทอมซัมเมอร์ก่อนขึ้นปีสี่นี้

เขาก็ต้องไปฝึกงานเหมือนกัน ในใจคิดไว้ว่าจะขอฝึกที่รพ.สัตว์ใกล้ๆบ้านดีมั้ย

เพราะเขาไม่อยากให้แม่ต้องอยู่บ้านคนเดียวนานๆ

ถึงที่บ้านจะอุดมไปด้วยเหล่าสุนัข แมว และสัตว์มีขนเต็มบ้านเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ก็เถอะ…

 

“…พี่…”

“พี่…”

“พี่ครับ…”

เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังทะลุโสตประสาทเข้ามาทำให้บยอลดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบันได้ทัน

“ครับน้อง…” เขาขานตอบน้องนักเรียนมัธยมปลายหน้าตาต่างชาติแต่งเครื่องแบบโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยของเขา

“พี่ทำซองบุหรี่ตก…” บยอลได้ยินดังนั้นจึงรีบก้มลงไปเก็บขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เชี่ย…ใจหายแวบ ถ้าอาจารย์มาเห็นนี่เป็นเรื่อง

“ขอบใจนะน้อง…”

“…ผมขอมวนนึงดิ” เขามองหน้าเด็กฝรั่งแต่พูดภาษาเดียวกันกับเขาได้ปร๋ออีกครั้งแล้วจึงยื่นมวนนิโคตินให้ พร้อมกับถือวิสาสะจูงมือน้องมาแอบนั่งสูบหลังสวนคณะเกษตร ข้างคณะของเขา

 

“…สนใจอยากเรียนสัตว์’แพทย์หรอ?” หลังจากที่ต่อไฟให้ทั้งเขาและเด็กหนุ่มแล้ว บทสนทนาย่อมๆจึงเริ่มต้นขึ้น

“…ก็สนนะพี่…มาลองดูๆไว้ก่อน” เด็กหนุ่มหน้าสวยพ่นควันนิโคตินออกจากเรียวปากก่อนจะตอบคำถาม

“อยู่เกรดอะไรแล้วละ?”

“เกรดสิบเอ็ด…”

“เหลืออีกตั้งปีนึงหนิ”

“เหลืออีกแค่ปีเดียวต่างหาก…” ทั้งคู่แข่งกันพ่นควันสีเทาออกจากเรียวปากอย่างต่อเนื่อง

 

“เรียนสัตว์’แพทย์ที่นี่เขาไม่ให้สูบบุหรี่ในคณะนะน้อง จำไว้…” เมื่อมวนนิโคตินหมดลง เขายืนขึ้นเต็มความสูง

“…ไว้อีกปีเจอกัน” เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบให้มันดับลง พร้อมโบกมือลาทิ้งเด็กหนุ่มไว้เบื้องหลัง

เสียงหัวเราะขบขันเล็กๆของเด็กหนุ่มลอยมาตามสายลมที่พัดพากลิ่นนิโคตินมาบางเบา…

 

 

 

 

fin(?)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

---------------------------------------------------------

หายไปนานเลยค่ะ แหะๆ  *เอานิ้วจิ้มกัน*

เดือนธันวาฯนี่มหาวิปโยคมากค่ะ ปั่นงานอย่างบ้าคลั่ง  ;-;

เคยอยากเขียนชีวิตมหา’ลัยวัยว้าวุ่นมานานแล้วค่ะ

บวกกับตอนนู้นมีแท็ก #smtmcuteboy ในทวิต

คือตลกมากกกก ขำจนปวดท้อง แต่ก็ยังไม่ได้แต่งสักที  ;-;

ตอนนี้เริ่มมีเวลาว่างเลยอยากจัดซะหน่อย

ขอขอบคุณแรงบันดาลใจเล็กๆจากคุณ @PeaJann และคุณ @nmkuriku นะคะ

เราชอบมากกก ยกให้เป็นเดอะเบสของแท็กนี้ (ส่วนตัว 555)

 

ขอให้ทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านมีความสุขในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนะคะ

#happynewyear2016 ค่า

---------------------------------------------------------

ปล. ช่วงของฝากนักเขียน ขอแอบฝากผลงานเก่าๆไว้ในอ้อมใจสักนิดนึง

ตามลิ้งค์สารบัญนี้ค่ะ  (x)  และ  (x)  ขอบคุณมากค่ะ  :)

<